เรื่องราวน่ารู้ของเทศกาลแห่งความสุข “วันคริสต์มาส”

triangle blue
คริสต์มาส

เทศกาลแห่งความสุขของผู้คนรอบโลกอย่างวัน “คริสต์มาส” ใกล้เข้ามาแล้ว วันนี้พี่นีโอเลยนำเรื่องราวน่ารู้ของวันคริสต์มาสที่น้องๆ อาจจะไม่เคยรู้มาเล่าสู่กันฟังครับ

1. คริสต์มาสภาษาอังกฤษ เขียนได้ว่า Christmas เป็นเทศกาลของชาวคริสต์ที่เฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซูคริสต์ ซึ่งชาวคริสต์เชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า สำหรับคนส่วนใหญ่ วันที่ 25 ธันวาคมของทุกปีจะเป็นวันที่คริสตจักรโรมันคาทอลิกเลือกให้เป็นวันเกิดของพระเยซู แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีใครรู้วันที่แน่นอนที่พระเยซูประสูติ!

2. น้อง ๆ รู้หรือไม่ว่า ชาวคริสต์ทุกคนไม่ได้ฉลองคริสต์มาสในวันเดียวกัน ในประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์จำนวนมาก เช่น รัสเซีย ยูเครน และโรมาเนีย วันคริสต์มาสตรงกับวันที่ 7 มกราคม คริสเตียนออร์โธดอกซ์กรีกบางคนฉลองคริสต์มาสในวันที่ 7 มกราคมด้วย

3. ชื่อ ‘คริสต์มาส’ มาจากวลีภาษาอังกฤษเก่าว่า Cristes maesse ซึ่งแปลว่า ‘พิธีมิสซาของพระคริสต์’ แต่แล้ว ‘Xmas’ ล่ะ? หลายคนคิดว่านี่เป็นเพียงตัวย่อในยุคปัจจุบัน แต่จริงๆ แล้วมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ครับ มีการกล่าวกันว่า ‘X’ เป็นตัวแทนของอักษรกรีก ‘Chi’ ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกในภาษากรีกที่หมายถึงพระคริสต์ Χριστός (อ่านว่า ‘Christos’)

4. เมื่อเทศกาลคริสต์มาสมาถึง ผู้คนทั่วโลกต่างสนุกสนานครื้นเครงกันถ้วนหน้า ประเพณีเทศกาลมากมายที่เรามีในสหราชอาณาจักรในปัจจุบันเกิดขึ้นในยุควิคตอเรียน เช่น “การ์ดคริสต์มาส” การให้ของขวัญและแครกเกอร์ รวมถึงอาหารดั้งเดิมอย่างพายสับและไก่งวงอบ ควีนวิกตอเรียและเจ้าชายอัลเบิร์ตสามีของเธอเป็นแฟนตัวยงของคริสต์มาสเลยหละครับ

5. ต้นคริสต์มาสกลายเป็นที่นิยมในอังกฤษยุควิกตอเรีย แต่สิ่งเหล่านี้ถูกพบเห็นครั้งแรกในเยอรมนีในศตวรรษที่ 16 ซึ่งในช่วงคริสต์มาส ผู้คนจะตกแต่งต้นสนด้วยผลไม้และถั่ว และต่อมาก็มีขนมหวาน กระดาษรูปทรงต่างๆ และเทียนไข น่าประหลาดใจที่นักประวัติศาสตร์คิดว่าต้นกำเนิดของประเพณีเทศกาลนี้อาจย้อนไปถึงชาวโรมันและชาวอียิปต์โบราณ ซึ่งใช้พืชพรรณและพวงมาลัยเป็นสัญลักษณ์แห่งชีวิตนิรันดร์ครับ ว้าวมั้ยหละน้องๆ

6. ทุกๆ ปี นอร์เวย์จะส่งต้นคริสต์มาสที่สวยงามจากการปลูกเองไปยังลอนดอน ซึ่งจะมีการประดับประดาด้วยแสงไฟในจตุรัสทราฟัลการ์ มีความสูงตระหง่าน 20 เมตรเป็นของขวัญเพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่สหราชอาณาจักรมอบให้กับนอร์เวย์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มันช่างเป็นของขวัญที่ล้ำค่าเหลือเกินครับ

7. สิ่งที่จะลืมพูดถึงไปไม่ได้เลยคือ ชายผู้ร่าเริงมีหนวดเคราตัวใหญ่ แก้มแดงระเรื่อ หรือ คุณพ่อของวันคริสต์มาสนั่นเอง! แต่น้อง ๆ เคยสงสัยไหมว่าเขาได้ชื่อซานตาคลอสมาได้อย่างไร? พี่นีโอจะเล่าให้ฟัง ชื่อนี้มาจาก Sinterklaas ซึ่งแปลว่า Saint Nicholas ในภาษาดัตช์ ซึ่งเป็นภาษาของประเทศเนเธอร์แลนด์ เซนต์นิโคลัสเป็นบาทหลวงชาวคริสต์ที่อาศัยอยู่ในศตวรรษที่ 4 ซึ่งเป็นที่รู้จักในเรื่องความใจดีและโอบอ้อมอารี ต่อมาเขาได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเด็กๆ

8. “ซานตาคลอส” ไม่ใช่ตัวละครคริสต์มาสเพียงตัวเดียว เพราะยังมีตัวละครอีกมากมายทั่วโลก! ตัวอย่างเช่น ในอิตาลี ว่ากันว่าแม่มดผู้ใจดีชื่อ ลา เบฟานา ขี่ไม้กวาดบินไปรอบๆ เพื่อส่งของเล่นให้เด็กๆ และในไอซ์แลนด์ เด็กๆ ทิ้งรองเท้าไว้ใต้หน้าต่างให้กับโทรลล์จอมซน 13 ตัวที่เรียกว่า Yule Lads หากเป็นเด็กดี พวกเขาจะพบขนมในรองเท้าของพวกเขา – แต่ถ้าพวกเขาเป็นเด็กไม่ดี Yule Lads จะทิ้งมันฝรั่งเน่าไว้ให้พวกเขาแทนครับ

9. เราทุกคนชอบร้องเพลง Jingle Bells พี่นีโอเชื่อว่าน้อง ๆ ก็ร้องกันบ่อยเช่นกันในช่วงเดือนธันวาคม แต่น้อง ๆ เคยสังเกตไหมครับว่าเพลงนี้ไม่มีคำว่าคริสต์มาส พระเยซูหรือซานตาคลอส อยู่ในนั้นเลย? นั่นเป็นเพราะเดิมทีมันไม่ใช่ “เพลงคริสต์มาส” แต่เพลงนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อไว้ใช้ในวันขอบคุณพระเจ้า หรือ Thanksgiving นั่นเองครับ ซึ่งได้เขียนขึ้นในปี พ.ศ. 2393 โดย James Pierpont และมีชื่อเพลงว่า One Horse Open Sleigh

10. เชื่อหรือไม่ว่าในปี 1644 การเฉลิมฉลองคริสต์มาสเป็นสิ่งผิดกฎหมายในอังกฤษ และหลังจากนั้นไม่นานก็เกิดขึ้นกับ อาณานิคมของอังกฤษในอเมริกาก็เช่นกัน มีการสั่งห้ามจัดงานรื่นเริงหรือเฉลิมฉลองทั้งหมด แต่บางคนยังคงเฉลิมฉลองอย่างลับๆ จนกระทั่งคริสต์มาสถูกกฎหมายอีกครั้ง… ในเกือบ 20 ปีต่อมาครับ!

 

Cr. https://bit.ly/3Wf919m

หลังจากอ่านเรื่องราวน่าสนใจของวันคริสต์มาสจบแล้ว อย่าลืมทบทวนบทเรียนกันนะครับ พี่นีโอจัดเต็มทั้ง Shortnote และ แบบฝึกหัด รอน้องๆ ไว้ในแอปพลิเคชั่นแล้ว

คลิกสมัคร Package ได้เลย!! https://payment.app.learnneo.in.th/packages หรือ กดดาวน์โหลดง่าย ๆ และ ทดลองเรียนฟรี

ผ่านทาง Android, IOS, Windows, MacOS ด้านล่างนี้ครับ 👇👇👇 สรุปกระชับ ฉับไว ประหยัดเวลา คุ้มค่าที่สุดครับน้องๆ

สำหรับบทความและสาระความรู้อื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://learnneo.in.th/โปรโมชั่น-ความรู้/