คำสันธาน (Conjunction) พร้อมตัวอย่าง

triangle blue
คำสันธาน Conjunction คําสันธาน คืออะไร มีอะไรบ้าง คําสันธาน คือ คําสันธาน ภาษาอังกฤษ คําสันธาน หมายถึง คําสันธาน เช่น
คำสันธาน Conjunction คําสันธาน คืออะไร มีอะไรบ้าง คําสันธาน คือ คําสันธาน ภาษาอังกฤษ คําสันธาน หมายถึง คําสันธาน เช่น

คำสันธาน คืออะไร ใช้ยังไง?? (ในภาษาไทย)

ในไวยากรณ์ภาษาไทย คำสันธาน เป็นคำที่ใช้เชื่อมต่อคำหรือวลีกันเพื่อสร้างประโยคที่มีความสมบูรณ์และมีความหมายต่อเนื่องกัน คำสันธานช่วยให้ประโยคมีความสมเหตุสมผล และสามารถอ่านออกเป็นเรื่องเดียวกันได้

เรามาดูประเภทและตัวอย่างของคำสันธานในภาษาไทยกันครับน้องๆ

คำสันธานจับคู่: เชื่อมต่อคำหรือวลีเป็นคู่ๆ โดยมีความสัมพันธ์กัน และมีคำเชื่อมที่ระบุความสัมพันธ์ เช่น “และ”, “หรือ”, “แต่”, “ไม่เพียงแต่” เป็นต้น ตัวอย่างเช่น “ผมชอบทั้งแอปเปิ้ลและส้ม” หรือ “เธอเหนื่อยแต่มีความสุข”

คำสันธานอย่างใดอย่างหนึ่ง: เชื่อมต่อวลีรอง (subordinate clause) ที่ไม่สามารถเป็นประโยคแยกได้ด้วยตนเอง กับวลีหลัก (main clause) ที่สามารถเป็นประโยคแยกได้ด้วยตนเอง เช่น “ถึงไหนก็ตามที่ฝนตก พวกเราก็จะออกไปเล่น” หรือ “เนื่องจากเธอมาสาย จึงพลาดการประชุม”

คำสันธานแบบหลายตัว: เป็นคู่คำสันธานที่ใช้ร่วมกันเพื่อเชื่อมต่อส่วนประกอบของประโยค และมีความหมายตรงกันข้าม เช่น “ไม่ว่า…หรือ…” “ไม่เพียงแต่…แต่ยัง” เป็นต้น

คำสันธาน Conjunction คําสันธาน คืออะไร มีอะไรบ้าง คําสันธาน คือ คําสันธาน ภาษาอังกฤษ คําสันธาน หมายถึง คําสันธาน เช่น

แล้วคำสันธานในภาษาอังกฤษล่ะครับ? พี่นีโอไม่ปล่อยให้น้องๆ งงแน่นอน เรามาเรียนรู้คำสันธานในภาษาอังกฤษไปด้วยเลยดีกว่าเน้อออ อ่านครั้งเดียวเข้าใจได้ทั้งไทยและอังกฤษ

เรามาดูคำสันธานในภาษาอังกฤษกันบ้างครับ ในภาษาอังกฤษเราจะเรียกคำสันธานว่า Conjunction ซึ่ง แบ่งออกเป็น 3 ประเภทเหมือนกับภาษาไทยเลยครับน้อง ๆ ไปดูกันเล้ยยย

  1. Coordinating Conjunction เป็นคำที่ใช้เชื่อมคำ วลี หรือประโยคที่มีความสำคัญเท่าเทียมกันในประโยค โดยในภาษาอังกฤษมี Coordinating Conjunction ดังนี้ and, but, or, nor, for, so, และ yet

มาดูตัวอย่างการใช้ Coordinating Conjunction ในประโยคกันครับ:

– I want to go to the store, but I don’t have any money. (ฉันอยากไปห้างสรรพสินค้า แต่ฉันไม่มีเงิน)

– She likes coffee and tea. (เธอชอบกาแฟและชา)

– Should we take the bus or walk to the park? (เราควรเดินไปที่สวนสาธารณะหรือขึ้นรถบัส)

– I studied hard for the exam, so I expect to do well. (ฉันเรียนหนักเพื่อสอบ ดังนั้นฉันคาดหวังว่าจะได้ผลลัพธ์ที่ดี)

– He didn’t have much time, yet he managed to finish the project. (เขาไม่มีเวลาเยอะ แต่เขาสามารถทำโครงการเสร็จได้)

– We need to buy some milk, for we are out of it. (เราต้องซื้อนม เพราะนมหมดแล้ว)

 

2. Subordinating Conjunctions หมายถึง คำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคหลักและประโยคย่อยโดยทำหน้าที่เป็นตัวบอกความสัมพันธ์ว่าประโยคย่อยนั้นเป็นประโยคที่ย่อยลงมาจากประโยคหลัก โดยมักจะมาตรงหน้าประโยคย่อย หรืออยู่ตรงกลางประโยค ซึ่งจะทำให้ประโยคย่อยเป็นส่วนประกอบหนึ่งของประโยคหลัก

ตัวอย่างของ Subordinating Conjunctions ได้แก่

  • หาก (if)

เช่น I will go to the park if it doesn’t rain. (ฉันจะไปสวนสาธารณะ หากฝนไม่ตก)

  • เมื่อ (when)

เช่น I usually drink coffee when I wake up in the morning. (ฉันจะดื่มกาแฟทุกๆ วันตอนเช้า เมื่อฉันตื่น)

  • ถ้า (whether)

เช่น I don’t know whether he is coming to the party or not. (ฉันไม่รู้ว่าเขาจะมางานปาร์ตี้หรือไม่)

  • เพื่อให้ (so that)

เช่น I study hard so that I can pass the exam. (ฉันเรียนหนัก เพื่อให้ผ่านการสอบ)

  • เพราะว่า (because)

เช่น I didn’t go to the party because I was sick. (ฉันไม่ไปงานปาร์ตี้ เพราะว่าฉันป่วย)

 

3. Correlative Conjunctions หมายถึงคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคหรือคำในประโยคเพื่อแสดงความสัมพันธ์ของประโยคหรือคำเหล่านั้น โดยมักจะประกอบด้วยคำเชื่อม 2 คำ เช่น either…or, neither…nor, not only…but also เป็นต้น

ตัวอย่างของ Correlative Conjunctions ได้แก่

  • either…or (ไม่ว่าจะ…หรือ)

เช่น You can either eat sushi or try the beef steak. (คุณสามารถกินซูชิหรือลองเนื้อสเต็กได้)

  • neither…nor (ไม่…ไม่)

เช่น Neither John nor Mary likes to eat spicy food. (ทั้งจอห์นและแมรี่ไม่ชอบกินอาหารรสเผ็ด)

  • not only…but also (ไม่เพียง…แต่ยัง)

เช่น She is not only intelligence but also hardworking. (เธอไม่เพียงฉลาด แต่ยังมีความขยันหมั่นเพียรด้วย)

  • whether…or (ไม่ว่าจะ…หรือ)

เช่น I don’t know whether to choose the blue shirt or the red one. (ฉันไม่รู้ว่าจะเลือกเสื้อสีน้ำเงินหรือสีแดง)

  • both…and (ทั้ง…และ)

เช่น My sister both sings and dances very well. (น้องสาวของฉันร้องเพลงและเต้นรำได้ดี)

การเรียนรู้เรื่อง คำสันธาน (Conjunctions) หรือคำเชื่อมเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาทักษะทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพราะ คำสันธาน (Conjunctions) เป็นคำที่ใช้เชื่อมประโยคหรือคำในประโยคเข้าด้วยกัน เพื่อให้ประโยคมีความเป็นระเบียบและเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับ

Cr. https://bit.ly/3KGN3sU

พี่นีโอมีตัวอย่างของการใช้คำสันธานอีกเยอะเลยรอน้อง ๆ

อยู่ที่แอปพลิเคชั่น Learnneo รีบสมัคร Package แล้วมาเรียนไปด้วยกันครับ คุ้มสุด ๆ เฉลี่ยแล้วเพียงแค่วิชาละ 166 บาท/เดือนครับ

คลิกเลย!! https://payment.app.learnneo.in.th/packages หรือ กดดาวน์โหลดง่าย ๆ และ ทดลองเรียนฟรี

ผ่านทาง Android, IOS, Windows, MacOS ด้านล่างนี้ครับ 👇👇👇 นึกถึงเรื่องเรียน นึกถึงเรา Learnneo เพื่อนซี้วัยเรียน

พี่นีโอมีตัวอย่างของการใช้คำสันธานอีกเยอะเลยรอน้อง ๆ อยู่ที่แอปพลิเคชั่น Learnneo

รีบสมัคร Package แล้วมาเรียนไปด้วยกันครับ คุ้มสุด ๆ เฉลี่ยแล้วเพียงแค่วิชาละ 166 บาท/เดือนครับ

คลิกเลย!! https://payment.app.learnneo.in.th/packages หรือ กดดาวน์โหลดง่าย ๆ และ ทดลองเรียนฟรี

ผ่านทาง Android, IOS, Windows, MacOS ด้านล่างนี้ครับ 👇👇👇 นึกถึงเรื่องเรียน นึกถึงเรา Learnneo เพื่อนซี้วัยเรียน

สำหรับบทความและสาระความรู้อื่น ๆ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่: https://learnneo.in.th/โปรโมชั่น-ความรู้/  

Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin